05.02.10

เว็บล่มปั๊บแจ้งเตือนปุ๊บ กับ SRAN

SRAN Data Safehouse  ซึ่งเป็นบริการหนึ่งของทีมงาน SRAN ที่เป็นแบบ SaaS (Software as a Services) ได้เพิ่มคุณสมบัติใหม่โดยไม่คิดราคาเพิ่ม คือการตรวจสอบสถานะเว็บไซต์ พร้อมการแจ้งเตือน   แบบ “เว็บล่มปั๊บแจ้งเตือนปุ๊บ”

โดยทำการแจ้งเตือนเว็บไซต์หากเว็บของท่านเกิดล่ม (Down) ไม่ว่าจะเหตุการณ์ใดที่ทำให้เว็บไซต์ท่านล่ม ระบบของ SRAN Data Safehouse จะแจ้งเตือนผ่าน e-mail หรือผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ตจากมือถือได้

หลังจากที่ท่านสมัครบริการ http://www.datasafehouse.net/user/register.php สมัครเพื่อทดลองใช้ฟรี 1 เดือน

ภาพที่ 1 เป็นการแสดงผลค่า uptime ของเว็บไซต์ www.sran.net

ภาพที่ 2 เป็นการแสดงรายละเอียดค่า uptime ของเว็บไซต์ www.sran.net  ตามช่วงเวลา

หากระบบเว็บไซต์ของท่านล่มหรือมีเหตุขัดข้อง จะมีการแจ้งเตือนผ่าน e-mail  ทันที

ภาพที่ 3 รายละเอียดการส่ง e-mail แจ้งเตือนเมื่อพบว่าเว็บไซต์ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ

นอกจากนี้ SRAN Data Safehouse ยังมีบริการ หลักๆ ได้แก่

- Web Monitor Hacking ทันรู้ทันภัยคุกคาม ด้วย 14 วิธีการโจมตีหลักๆ ไม่ว่าเป็น XSS , Sql injection , brute force password และอื่นๆ

- Web Log เก็บบันทึกข้อมูลจราจรตาม พรบ. คอมพิวเตอร์ ในส่วนการเก็บ Log เว็บไซต์ พร้อมรายงานผลและทำการจัดทำวันเวลาที่ได้เก็บบันทึกมา เช่น 90 วันผ่านตามมาตราฐานเป็นต้น

- Web Statistic รายงานสถิติการใช้งาน รายละเอียด IP Address  , URI , Keyword ที่ค้นพบเว็บเราเจอ และอื่นๆ ที่สามารถทำการพยากรณ์ได้ว่าเว็บไซต์เรา คนที่เปิดอ่านนั้นสนใจในเรื่องใด เว็บเพจใดตามลำดับ

- Web Assessment ประเมินหาช่องโหว่เว็บไซต์และแสดงรายงานผลตามมาตราฐาน PCI Compliance และเทคนิคการประเมินความเสี่ยงเว็บไซต์ OWASP

ทั้งหมดนี้เพียงท่านติด SRAN Data Safehouse ที่เว็บไซต์ของท่าน เพียงเท่านี้ท่านก็จะได้คุณสมบัติที่ครบถ้วนทั้งหมดที่กล่าวมา ตามนิยามที่ว่าไอทีไทยคุ้มค่าใช้ SRAN คุ้มครอง ..

ทดลองใช้จะได้ คุณสมบัติ Weblog   และ ส่วน Web Statistic

ส่วนคุณสมบัติ Web Monitor Hacking และ Web Assessment สำหรับผู้อุปการะบริการ SRAN Data Safehouse

บทความเกี่ยวข้อง

มีคนกำลังโจมตีเว็บไซต์ท่าน เรารู้ทันได้อย่างไร   อ่านต่อได้ที่

http://www.sran.net/archives/184

http://www.sran.net/archives/196

บทความการตรวจสอบเว็บไซต์ตามมาตราฐาน PCI DSS

บทความ โจมตีเว็บไซต์ชนิด XSS

27.01.10

ข้อเท็จจริงในการดักข้อมูล sniffer

บทความต่อไปนี้เป็นทัศนะคติส่วนตัวของทีมงาน SRAN  คนหนึ่ง ถึงกรณีการที่กระทรวงไอซีทีจะนำ sniffer มาใช้ในการตรวจหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา จึงขอนำบทความนี้มาแสดงให้เห็นว่ายังมีอีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจ และอยากให้ลองอ่านและวิเคราะห์ตามบทความต่อไปนี้

อ่านบทความเต็มที่ http://sran.org/gx
ครั้งแรกกะว่าจะไม่เขียนแล้วนั่งดูกระแสสังคมเงียบๆ และปล่อยให้เวลาเป็นตัวสร้าง ระดับการเรียนรู้ของผู้คนที่ใช้งานอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยได้เรียนรู้ กันเอง แต่อดไม่ได้จึงขอเขียนบทความนี้ขึ้นมาสักหน่อยเผื่อว่าใครค้นหาเจอแล้วได้พบ ข้อมูลนี้ขึ้น และเผื่อว่าจะเพิ่มมุมมองอีกด้านหนึ่งให้เป็นที่รับรู้กัน

จาก ข่าวที่ออกมาว่า กระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร หรือ ไอซีที นั้นได้ขอความร่วมมือจากภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา บนเครือ ข่ายอินเทอร์เน็ต ออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการต้องติดตั้งอุปกรณ์ดักจับข้อมูลบนเครือข่าย อินเทอร์เน็ต หรือ Sniffer ไว้ที่เกตเวย์ด้วยเพื่อใช้ดักอ่านข้อมูลที่วิ่งบนระบบเน็ตเวิร์ค จนเกิดกระแสสังคมต่อต้านอย่างสูงจนเป็นประเด็นร้อนในสังคมออนไลท์เมืองไทยใน ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา

ซึ่งทำให้สังคมออนไลท์มองว่าการนำ sniffer มาใช้นั้นจะผิดกฏหมายในมาตรา 8 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และทำให้เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
หากแยกเป็นสองส่วนคือ เรื่องผิดกฏหมายในมาตรา 8 และเรื่องละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

1. เรื่องผิดกฏหมาย
ซึ่งหากให้อธิบายในส่วนมาตรา 8 นั้นอาจกล่าวได้ว่าการกระทำผิดนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อการกระทำนั้นเกิดจากการกระทำโดยมิชอบด้วยกฏหมาย โดยดูที่เจตนาผู้ใช้เครื่องมือนี้เป็นหลัก จึงจะมีผลในมาตรา 8 หากชอบโดยกฏหมายแล้วนั้นการกระทำเช่นนี้ก็ไม่ผิด

ผม ขอสร้างความเข้าใจเพิ่มขึ้น สักนิด โดยการยกตัวอย่าง บริษัท ABC เป็นโรงงานแห่งหนึ่ง ออกกฏให้พนักงานต้องพิสูจน์ตัวตนก่อนใช้งานคอมพิวเตอร์และเชื่อมต่อ อินเตอร์เน็ต จากนั้นถ้าบริษัท ABC ได้จัดซื้อระบบ Monitoring System และประกาศให้พนักงานทุกคนรับทราบ ก็เพื่อดูพฤติกรรมการใช้งานผิดประเภทของพนักงานที่ใช้งานอินเตอร์เน็ต เช่น การส่งความลับบริษัทออกไปภายนอก , การติดไวรัสคอมพิวเตอร์การอินเตอร์เน็ตบราวเซอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายติด Spyware และเป็น botnet สร้างความเสียหายให้แก่บริษัทและชื่อเสียงองค์กร และอื่นๆ ที่พึ่งเป็นประโยชน์แก่องค์กร บริษัท ABC ซื้อระบบนี้ก็เพื่อป้องกันภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต คำถามว่าบริษัท ABC ทำผิด พรบ.คอมพ์ฯ หรือไม่ หากเราคิดเอาแต่ได้คือคิดฝั่งเราเองแต่อย่างเดียว ไม่เห็นอกเห็นใจ เจ้าของบริษัท ABC ผู้ที่ซื้อคอมพิวเตอร์ให้พนักงาน ให้เช่าสัญญาณอินเตอร์เน็ต จ่ายค่าไฟฟ้า ค่าลิขสิทธิ์ระบบปฏิบัติการ ซอฟต์แวร์ที่ใช้งาน และค่าซ่อมบำรุงต่างๆแล้วนั้น ก็แน่นอนอาจตีความหมายได้ว่าบริษัท ABC มีโอกาสผิด พรบ. แต่ในความเป็นจริงแล้ว ต้องบอกว่าบริษัท ABC ใช้ระบบ Monitoring System ซึ่งอาจใช้เทคนิคการ sniffer ก็ได้ แต่เป็นการทำโดยชอบ เพราะเขาได้ลงทุนระบบไปแล้ว และหากทำโดยชอบแล้วก็ไม่ถือว่าผิดมาตรา 8 ที่กล่าวมา กลับเป็นเรื่องดีเสียอีกที่ทำให้บริษัท ABC ไม่เสียโอกาสกับการทำ “Internal Threat” ที่ อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกองค์กรที่มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต คำตอบในข้อนี้คือหากทำจริงก็ไม่ถือว่าผิดกฏหมาย แต่ต้องตีความหมายใหม่ซึ่งผมจะอธิบายต่อไป

กลับมาสู่ประเด็น รัฐบาลจะใช้ sniffer เพื่อดูเรื่องละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา นั้นควรทำหรือไม่
?
ตอบ : ในส่วนตัวผมคิดว่า “ควรทำ” ด้วยมีเหตุผลสมทบ 3 เหตุ ดังนี้

1.1 หากจะทำควรให้ความรู้ประชาชนก่อน (User ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต) ถึงพิษภัยบนโลกไซเบอร์ ว่าปัญหาการใช้ข้อมูลบนโลกอินเตอร์เน็ตนับวันยิ่งผู้ใช้งานมากขึ้น มากขึ้นๆ และมีทั้งคุณและโทษ โดยในด้านโทษนั้นจะเห็นได้ชัดว่าอินเตอร์เน็ตเป็นเหตุปัจจัยให้เกิดคดีต่างๆ มากมายเช่นกัน เช่น คดีหลอกหลวงคน จากการซื้อขายสินค้าในอินเตอร์เน็ต , คดีละเมิดทางเพศ ไม่เว้นแต่พระ , คดีหมิ่นประมาท , หรือจะเป็นการโจมตีระบบเครือข่ายจนไม่สามารถใช้งานได้ โดยปีที่แล้วก็มีข่าวอันโด่งดังคือ ข่าว DDoS/DoS ที่ประเทศเกาหลี จนเกาหลีไม่สามาถใช้อินเตอร์เน็ตได้ทั่วประเทศ แต่เกาหลีมีระบบ Monitoring ที่ดีจึงสามารถตรวจหาผู้โจมตีและเอาผิดดำเนินคดีได้ในระยะอันสั้น ถึงได้กล่าวว่าภัยเหล่านี้มีความถี่มากขึ้นๆ ซึ่งทุกวันนี้ ประเทศไทยเราเอง หากมีการกระทำผิดบนโลกอินเตอร์เน็ตและเป็นคดีความนั้น จะเป็นไปได้ยากมากในสืบหาผู้กระทำความผิด
ขอยกตัวอย่างกรณีแก๊งไนเจีย 419 ทาง FBI แจ้งมาที่ตำรวจไทยว่าแก๊งนี้อยู่ที่เมืองไทยโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการ หลอกลวง (Phishing) ผู้คนทั่วโลกผ่าน e-mail เชื่อหรือไม่ว่าตำรวจเรากว่าจะหาแก๊งนี้และจับได้นั้นใช้ความสามารถของคนและ โชค โดยแท้ และหาก FBI ไม่แจ้งมานั้นเราก็ไม่รู้หลอกว่าประเทศเราได้เป็นฐานของแก๊งนี้ใช้หลอกลวง ขึ้น เหมือนดังว่าประเทศของเรากลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคด้านอาชญากรรมข้ามชาติไป เลยในกรณีนี้
Read the rest of this entry »

© Copyright 2010 Global Technology Integrated