จากการวิจัยและพัฒนาเป็นเวลากว่า 4 ปีทำให้อุปกรณ์ SRAN เป็นทางลัดสู่การสืบหาผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ได้ดีที่สุดทางหนึ่งก็ว่าได้ เนื่องจากคุณสมบัติของอุปกรณ์ SRAN หรือที่ชื่อเต็มผลิตภัณฑ์นี้ว่า “SRAN Security Center” ได้ถูกออกแบบมาจากการผสมผสานเทคโนโลยี Network Analysis , IDS/IPS VA/VM , Syslog Server และ Log Compliance ในตัวเดียวที่คุ้มค่าการลงทุน ซึ่งหากเปรียบได้ว่าการลงทุนด้านระบบไอซีทีนั้นไม่มีวันหมด ส่่วนหนึ่งที่ช่วยองค์กรให้เพิ่มความปลอดภัยและรู้ทันปัญหาได้นั้นอุปกรณ์ SRAN ซึ่งลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ รวมถึงการจัดการในรูปแบบรวมศูนย์ ไม่ต้องใช้เครื่องแม่ข่ายหลายเครื่อง ไม่ต้องใช้เครื่องเก็บบันทึกที่มีขนาดใหญ่ เนื่องจากมีเครื่องบริหารจัดการเรื่องนี้มากก็ทำให้ใช้จ่ายมาก ทั้งใช้ระบบไฟฟ้ามาก เมื่อเครื่องหมดอายุขัยก็กลายเป็นขยะทางอิเล็คทรอนิกส์มาก จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่กล้าบอกได้ว่าในองค์กรสมัยใหม่ นี้ควรมีอุปกรณ์ SRAN ในการติดตั้ง SRAN ประหยัดระยะเวลา ลดปัญหาโลกร้อน ที่ไม่ต้องใช้อปุกรณ์จำนวนมากในการบริหารจัดการเก็บบันทึกข้อมูลจราจร
SRAN เหมาะกับองค์กรและหน่วยงานที่ขาดโครงสร้างด้านไอซีที (ICT Infrastructure)
Infrastructure หรือโครงสร้างที่พร้อมขององค์กรนั้นประกอบไปด้วย
1. มีเทคโนโลยีที่เหมาะสมอยู่แล้ว เช่น มีระบบป้องกันภัยคุกคาม ทั้งทางระบบเครือข่าย และเครื่องผู้ใช้งาน มีระบบเฝ้าระวังภัย มีระบบที่ควบคุมการใช้งานอินเตอร์เน็ตในองค์กร มีระบบควบคุมการใช้งานไอซีทีภายในองค์กร มีระบบระบุตัวตนผู้ใช้งาน มีระบบบริหารจัดการความเสี่ยง
2. มีคนดูแลเทคโนโลยีที่ใช้งานในองค์กร
3. มีนโยบายควบคุมคนให้มาใช้งานเทคโนโลยีในองค์กร
ถ้าหากองค์กรนั้นๆ ยังขาดโครงสร้างทั้ง 3 ส่วนนี้การลงทุนระบบ SIEM /SEM หรือ syslog Server เพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ผลลัพธ์นักเพียงแต่อาจทำให้งบประมาณบานปลายได้อีกด้วย
SRAN เหมาะกับองค์กรและหน่วยงานที่พร้อมทางโครงสร้างด้านไอซีที (ICT Infrastructure)
สำหรับหน่วยงานที่พร้อมทั้ง 3 องค์ประกอบหลักนั้นคือ มีเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการป้องกันภัยคุกคาม มีคนดูแลเทคโนโลยี และมีกระบวนการที่มีมาตราฐานควบคุมคนทำงาน แล้ว SRAN ก็เหมาะสมในการติดตั้งตามสาขา หรือ Node ต่างๆ เพื่อเฝ้าระวัง วิเคราะห์ และเก็บบันทึกข้อมูล ตามสาขานั้นๆ เป็นต้น

สาระสำคัญของกฏหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ นั้นคือ“ต้องการหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษ”
ซึ่งหากมองว่าเราควรเก็บ Log นั้นหมายความ Log นั้นควรหาผู้กระทำความผิดได้ และเอื้ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่พนักงานและเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนสอบสวน หรือการทำ Forensics ได้
ส่วนใหญ่แล้วมักเกิดความเข้าใจที่คาดเคลื่อนกันไปบ้าง เพราะจะเก็บ Log แบบใดจึงจะเหมาะสม หากพิจารณาให้ดีแล้วการเก็บ Log แบบใดก็ได้ ที่รู้การกระทำ รู้ใครทำอะไรที่ไหน เวลาที่ตรงตามมาตราฐาน นั้นก็พอเพียงแล้วสำหรับมาตรา 26 และ 27
และส่วนใหญ่ การกระทำที่เข้าข่ายฐานความผิดนั้นมักจะเป็นการใช้งานจากอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าเป็นการเหมินประมท การก่อกวน การทำลายข้อมูล การส่งข้อมูลที่ไม่พึ่งประสงค์ การหลอกลวงผู้อื่น การดักข้อมูลผู้อื่นโดยมิชอบ การปลอมแปลงข้อมูล การก่อการร้าย ซึ่งหากองค์กรใดที่ยังไม่มีระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีที่ดีพอ เช่น ยังขาดเทคโนโลยี ยังขาดคน ยังขาดกระบวนการทำงานที่มีมาตราฐาน และแน่นอนความเสี่ยงภัยต่างๆ เหล่านี้จะตกเป็นที่ User คือผู้ใช้งานด้านไอซีทีในองค์กร เป็นส่วนใหญ่
