Archive for August 24th, 2008

24.08.08

การตั้งค่า Time Server ให้ตรงตามมาตราฐาน

หลังจากที่มีการกำหนดเวลามาตราฐานในประเทศไทยเกิดขึ้น ในวันที่ 23 สิงหาคม 2551 นี้ ส่วนหนึ่งที่สำคัญคือ จากที่ประกาศใช้ พ.ร.บ. อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ ต้องการให้เวลาในค่า Log files ได้มีค่าที่ตรงกัน

เพื่อสร้างความเข้าใจ ทีมงาน SRAN จึงขออธิบายถึงค่าเวลาในการเก็บ Log files จากประสบการณ์จริงที่เคยร่วมงาน ปัญหาส่วนหนึ่งคือเวลา Log ในแต่ละอุปกรณ์มีค่าไม่ตรงกันจึงไม่สามารถหาพฤติกรรมการกระทำความผิดได้ ซึ่งครั้งหนึ่งที่เคยประสบมาคือ Log ของอปุกรณ์ Radius Server มีค่าไม่ตรงกับ Log Proxy Caching และไม่ตรงกับ Log อุปกรณ์ Router ทำให้เป็นเรื่องลำบากในการเปรียบเทียบเหตุการณ์เนื่องจากนักโจมตีระบบ (Hacker) ได้ยึดรายชื่อ Accounting ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจากเครื่อง Radius Server และใช้ Account นั้นไป Post ข้อความและทำการเปลี่ยนหน้าเว็บ ซึงหากเวลาตรงแล้วเราเพียงจับเหตุการณ์จาก Web Proxy Caching และ Log ในการ Login ผ่าน Radius Server ก็จะทราบเบอร์โทรศัพท์ที่ Hacker ใช้ในการกระทำผิดได้ หลังจากเหตุการณ์นี้จึงมีผลให้เป็นกรณีศึกษาสำคัญชิ้นหนึ่งในประเทศไทยและทางผู้เชี่ยวชาญหลายคนได้มีความเห็นว่าควรมีการตั้งเวลาให้ตรงกัน เพื่อใช้ในการสืบหาหลักฐานจาก Log ได้ถูกต้องขึ้น

วิธีการปรับเทียบเวลามาตรฐานทาง Internet ผ่านระบบ NTP
(Time Synchronization through Internet by NTP)

การปรับเทียบเวลามาตรฐานทาง Internet ผ่านระบบ Network Time Protocol ( NTP) คืออะไร
NTP Protocol เป็น Protocol ที่ใช้สำหรับปรับเทียบเวลา ( Time Synchronization) ของ Computer โดยอาศัยเครือข่าย Internet เป็นสื่อกลางในการส่งข้อมูลเวลามาตรฐานไปยังเครื่องลูกข่าย โดยมีเครื่องแม่ข่าย ( NTP Server) เป็นตัวให้บริการส่งเวลามาตรฐานไปยังเครื่องปลายทางเพื่อปรับเทียบเวลาให้ ตรงกลับเวลามาตรฐาน ( Time Standard) ซึ่งเป็นค่าเวลาที่ทาง Time & Frequency Lab. ได้ทำการเก็บรักษาไว้โดยวิธีการเปรียบเทียบกับเวลามาตรฐานของประเทศอื่นๆ ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ โดยมีความถูกต้องอยู่ที่ ประมาณ 1 millisecond ในระบบ LAN และประมาณ 10 millisecond ในระบบ WAN นับว่าเป็นความคลาดเคลื่อนที่อยู่ในระดับต่ำ อีกทั้งยังง่ายต่อการเข้าถึงของผู้ใช้ทั่วไป แค่เพียงมี PC ที่สามารถเชื่อมต่อ เข้าระบบ Internet ได้ผู้ใช้ก็สามารถที่จะ Synchronize เวลามาตรฐานผ่านระบบ NTP ได้ทันที (อ้างอิงจาก http://rru-comsci.blogspot.com/2008/08/blog-post_19.html )

คำถาม Log ที่เกิดขึ้นบนตัวอุปกรณ์ หรือในระดับ Host ไม่ว่าเป็นอุปกรณ์ทางเครือข่าย หรือ เครื่องคอมพิวเตอร์ จำเป็นต้อง Set Time Server หรือไม่ หากมีการทำ Centralize Log Server แล้ว ?

คำตอบ : หากเป็นหน่วยงานที่สามารถควบคุมการใช้งานผู้ใช้งานได้ (เครื่อง Client User) ได้ ก็สามารถ Deploy ค่า Time Server ให้ตรงกันหมดได้ ส่วนอุปกรณ์เครือข่ายต้องให้ทางบริษัทที่จำหน่ายมาตั้งค่า Time Server เสียใหม่ หากไม่ได้มีการตั้งค่า Time server ให้ตรงกับเวลาไทยแล้วจะมีปัญหากับการทำ Computer Forensics ในระดับ Host

แต่สำหรับหน่วยงานใดที่ยังไม่มีระบบควบคุมการใช้งาน User ก็สามารถตั้งค่าเวลาตรง Time Server สำหรับ Centralize Log Server ก็ทำได้โดยไม่ต้องไปตั้งค่าที่เครื่องลูกข่ายและอุปกรณ์เครือข่ายใหม่ ก็ได้ เช่นกัน แต่หากต้องการหลักฐานมากขึ้นในการพิสูจน์หาความผิดทางอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ต้องเข้าไปดูที่เครื่องลูกข่าย (Client) หรือมีการบุกรุกระบบแม่ข่าย (Server) จำเป็นต้องทำ Computer Forensic ก็ต้อง Set Time Server ให้ตรงหมด

สรุป ถ้าหากไม่พร้อม ตั้งเพียง Log Server ให้ตรงค่า Time Server มาตราฐานก็พอ แต่หากหลักฐานนั้นไม่พอในกรณีที่ต้องทำ Computer Forensics จำเป็นต้องได้ค่า Log ที่นั้นมีเวลาตรงตามมาตราฐาน

อุปกรณ์ SRAN ได้ประกอบด้วยคุณสมบัติการเฝ้าระวัง วิเคราะห์ข้อมูล และเก็บบันทึกข้อมูลจราจร ก็ถือว่าเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ซึ่งสามารถดู Log Files จากอุปกรณ์ SRAN ได้อย่างสะดวกมากขึ้น

ขั้นตอนการตั้งค่า Time Sync Server เพื่อให้เวลาเป็นมาตราฐาน บนอุปกรณ์ SRAN Security Center

1. บริหารจัดการผ่าน SSL ใส่ User / Password ที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ดูแลระบบและเก็บรักษาข้อมูล (Data Custody) อ่านเพิ่มเติมการตั้งค่า Data Custody ได้ที่ www.sran.net/archives/155

2. ไปที่เมนู Management

หน้าจอ Management ที่ประกอบด้วย Icon เมนูย่อย 9 เมนูที่ใช้ในการปรับแต่งค่าระบบ

3. ไปที่เมนูย่อย Time Set

ค่า NTP Server ตั้งไปที่ time1.nimt.or.th ซึ่งในปัจจุบัน Firmware ปัจจุบันได้ตั้งค่านี้เป็น Default

Log ที่ปรากฏบนอุปกรณ์ SRAN ก็จะตรงกับค่าเวลามาตราฐานไทย

แหล่งข้อมูล:

24.08.08

SRAN ช่วยลดปัญหาโลกร้อน

จากการวิจัยและพัฒนาเป็นเวลากว่า 4 ปีทำให้อุปกรณ์ SRAN เป็นทางลัดสู่การสืบหาผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ได้ดีที่สุดทางหนึ่งก็ว่าได้ เนื่องจากคุณสมบัติของอุปกรณ์ SRAN หรือที่ชื่อเต็มผลิตภัณฑ์นี้ว่า “SRAN Security Center” ได้ถูกออกแบบมาจากการผสมผสานเทคโนโลยี Network Analysis , IDS/IPS VA/VM , Syslog Server และ Log Compliance ในตัวเดียวที่คุ้มค่าการลงทุน ซึ่งหากเปรียบได้ว่าการลงทุนด้านระบบไอซีทีนั้นไม่มีวันหมด ส่่วนหนึ่งที่ช่วยองค์กรให้เพิ่มความปลอดภัยและรู้ทันปัญหาได้นั้นอุปกรณ์ SRAN ซึ่งลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ รวมถึงการจัดการในรูปแบบรวมศูนย์ ไม่ต้องใช้เครื่องแม่ข่ายหลายเครื่อง ไม่ต้องใช้เครื่องเก็บบันทึกที่มีขนาดใหญ่ เนื่องจากมีเครื่องบริหารจัดการเรื่องนี้มากก็ทำให้ใช้จ่ายมาก ทั้งใช้ระบบไฟฟ้ามาก เมื่อเครื่องหมดอายุขัยก็กลายเป็นขยะทางอิเล็คทรอนิกส์มาก จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่กล้าบอกได้ว่าในองค์กรสมัยใหม่ นี้ควรมีอุปกรณ์ SRAN ในการติดตั้ง SRAN ประหยัดระยะเวลา ลดปัญหาโลกร้อน ที่ไม่ต้องใช้อปุกรณ์จำนวนมากในการบริหารจัดการเก็บบันทึกข้อมูลจราจร

SRAN เหมาะกับองค์กรและหน่วยงานที่ขาดโครงสร้างด้านไอซีที (ICT Infrastructure)

Infrastructure หรือโครงสร้างที่พร้อมขององค์กรนั้นประกอบไปด้วย

1. มีเทคโนโลยีที่เหมาะสมอยู่แล้ว เช่น มีระบบป้องกันภัยคุกคาม ทั้งทางระบบเครือข่าย และเครื่องผู้ใช้งาน มีระบบเฝ้าระวังภัย มีระบบที่ควบคุมการใช้งานอินเตอร์เน็ตในองค์กร มีระบบควบคุมการใช้งานไอซีทีภายในองค์กร มีระบบระบุตัวตนผู้ใช้งาน มีระบบบริหารจัดการความเสี่ยง

2. มีคนดูแลเทคโนโลยีที่ใช้งานในองค์กร

3. มีนโยบายควบคุมคนให้มาใช้งานเทคโนโลยีในองค์กร

ถ้าหากองค์กรนั้นๆ ยังขาดโครงสร้างทั้ง 3 ส่วนนี้การลงทุนระบบ SIEM /SEM หรือ syslog Server เพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ผลลัพธ์นักเพียงแต่อาจทำให้งบประมาณบานปลายได้อีกด้วย

SRAN เหมาะกับองค์กรและหน่วยงานที่พร้อมทางโครงสร้างด้านไอซีที (ICT Infrastructure)

สำหรับหน่วยงานที่พร้อมทั้ง 3 องค์ประกอบหลักนั้นคือ มีเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการป้องกันภัยคุกคาม มีคนดูแลเทคโนโลยี และมีกระบวนการที่มีมาตราฐานควบคุมคนทำงาน แล้ว SRAN ก็เหมาะสมในการติดตั้งตามสาขา หรือ Node ต่างๆ เพื่อเฝ้าระวัง วิเคราะห์ และเก็บบันทึกข้อมูล ตามสาขานั้นๆ เป็นต้น

สาระสำคัญของกฏหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ นั้นคือ“ต้องการหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษ”

ซึ่งหากมองว่าเราควรเก็บ Log นั้นหมายความ Log นั้นควรหาผู้กระทำความผิดได้ และเอื้ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่พนักงานและเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนสอบสวน หรือการทำ Forensics ได้

ส่วนใหญ่แล้วมักเกิดความเข้าใจที่คาดเคลื่อนกันไปบ้าง เพราะจะเก็บ Log แบบใดจึงจะเหมาะสม หากพิจารณาให้ดีแล้วการเก็บ Log แบบใดก็ได้ ที่รู้การกระทำ รู้ใครทำอะไรที่ไหน เวลาที่ตรงตามมาตราฐาน นั้นก็พอเพียงแล้วสำหรับมาตรา 26 และ 27

และส่วนใหญ่ การกระทำที่เข้าข่ายฐานความผิดนั้นมักจะเป็นการใช้งานจากอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าเป็นการเหมินประมท การก่อกวน การทำลายข้อมูล การส่งข้อมูลที่ไม่พึ่งประสงค์ การหลอกลวงผู้อื่น การดักข้อมูลผู้อื่นโดยมิชอบ การปลอมแปลงข้อมูล การก่อการร้าย ซึ่งหากองค์กรใดที่ยังไม่มีระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีที่ดีพอ เช่น ยังขาดเทคโนโลยี ยังขาดคน ยังขาดกระบวนการทำงานที่มีมาตราฐาน และแน่นอนความเสี่ยงภัยต่างๆ เหล่านี้จะตกเป็นที่ User คือผู้ใช้งานด้านไอซีทีในองค์กร เป็นส่วนใหญ่

(more…)

Copyright 2008 by Global Technology Integrated