Archive for June, 2008

15.06.08

ข่าวดีสำหรับหน่วยงานที่ Switch ไม่สามารถ Mirror Port ได้

ข่าว ดีสำหรับหน่วยงานที่มี Switch รุ่นเก่า และไม่สามารถ Mirror Port ได้ ตอนนี้ SRAN ได้เพิ่มคุณสมบัติการติดตั้งที่ไม่มีผลกระทบต่อระบบเครือข่ายเดิม และไม่ทำให้การรับส่งข้อมูลบนระบบเครือข่ายได้ช้าลง ไม่เปลือง Throughput และ Bandwidth อีกด้วย โดยติดตั้งแบบขวางระหว่างอุปกรณ์ และ อุปกรณ์ หรือ อุปกรณ์ กับระบบเครือข่าย ซึ่งทางทีมพัฒนาเรียกว่าการติดตั้งแบบ Network Transparent ซึ่งสามารถใช้ได้ทุกรุ่น ตั้งแต่ SRAN Security Center เวอร์ชั่น 4 CodeName : Memory ขึ้นไป

จากเดิมการติดตั้งอุปกรณ์ SRAN Security Center สามารถทำได้ 2 วิธี ได้แก่

1. การติดตั้งแบบ In-Line Mode ซึ่งแบบนี้สามารถทำการป้องกันภัยในระดับเนื้อหา (Content) และป้องกันภัยคุกคามต่างๆ ที่ตรงตามฐานข้อมูลได้อีกด้วย เช่น ไวรัสคอมพิวเตอร์ Spam , Malware ชนิดต่างๆ แต่การติดตั้งแบบนี้เหมาะกับระบบเครือข่ายขนาดเล็ก ที่ไม่เกิน 100 เครื่อง หากมากกว่านั้นอาจทำให้ Throughput ของระบบเครือข่ายที่ติดตั้งนั้นช้าไปได้ หรือที่เรียกว่าอาการ คอขวดที่ระบบเครือข่ายได้ เช่นกัน ทางทีมพัฒนาจึงไม่นิยมให้ติดตั้ง แบบ In-line วิธีนี้เหมาะกับเครือข่ายขนาดเล็ก ที่ต้องการป้องกันภัยคุกคามด้วย และวิเคราะห์ข้อมูล เก็บบันทึกข้อมูลจราจร รวมถึงการเปรียบเทียบและวิเคราะห์ผลความเสี่ยง ออกรายงานผล และข้อมูลที่เก็บบันทึกมีการยืนยันความไม่เปลี่ยนแปลงของข้อมูลได้

2. การติดตั้งแบบ Passive Mode ซึ้งต้องใช้ความสามารถของอุปกรณ์ Switch ทำการ Mirror Port และส่งข้อมูลจราจร (Data Traffic) ส่งมาที่อุปกรณ์ SRAN วิธีนี้สามารถใช้ได้ทุกระบบเครือข่าย ทั้งขนาดเล็ก กลางและใหญ่ ซึ่งวิธีนี้ไม่สามารถป้องกันภัยได้ แต่สามารถเก็บบันทึกข้อมูลจราจร รวมถึงการประเมินความเสี่ยง ออกรายงานผลเปรียบเทียบตามมาตราต่างๆได้ พร้อมออกรายงานผล และข้อมูลที่เก็บบันทึกมีการยืนยันความไม่เปลี่ยนแปลงของข้อมูลได้

วิธีที่ทางทีมงานพัฒนาอุปกรณ์ SRAN ได้เพิ่มขึ้นเป็นการติดตั้งแบบที่ 3 เรียกว่า

3. การติดตั้งแบบ Network Transparent ส่วนนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ความสามารถของ อุปกรณื Switch ทำการ Mirror Port และส่งข้อมูลจราจร (Data Traffic) ให้ และยังสามารถติดตั้งได้เหมือนแบบที่ 1 คือ In-line และสามารถป้องกันภัยคุกคามในระดับ Network Layers ได้อีกด้วย ไม่มีผลกระทบต่อ Throughput ระบบเครือข่าย คือไม่ทำเกิดอาการคอขวดขึ้นได้ การติดตั้งแบบนี้ไม่ได้เป็นการติดตั้งแบบป้องกันตามฐานข้อมูล SRAN ต่างๆ ได้ เพียงแค่รู้ว่ามีเหตุการณ์เหล่านี้เข้าสู่ระบบเครือข่าย เหมือนการติดตั้งแบบที่ 2 และสามารถใช้งานการติดตั้งแบบ Network Transparent นี้ได้ทุกรุ่น ส่วนคุณสมบัติอื่นๆ ก็สามารถทำงานได้ปกติคือ วิเคราะห์ข้อมูล เก็บบันทึกข้อมูลจราจร รวมถึงการเปรียบเทียบและวิเคราะห์ผลความเสี่ยง ออกรายงานผล และข้อมูลที่เก็บบันทึกมีการยืนยันความไม่เปลี่ยนแปลงของข้อมูลได้

หน้าจอการปรับค่าเป็น Mode Network Transparent

เสริมประยุกต์ใช้ SRAN ให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Tips)
การ ติดตั้งแบบที่ 1 (in-line) และ แบบที่ 3 (Network Transparent) เราสามารถกำหนดเครื่องลูกข่ายให้ใช้งานอินเตอร์เน็ต ได้หากลงทะเบียน IP และค่า MAC Address หากไม่มีค่า IP หรือ MAC Address ในฐานข้อมูลก็ไม่สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตในองค์กรได้

โดยเปิด https://IP กำหนดค่าที่

1. คลิกเมนูหลัก Management

2. ทำการคลิก Protect

3. กำหนดกฏให้ตั้งค่า IP / MAC Address และ Domain Name

เท่า นี้ท่านก็สามารถกำหนดเครื่องที่ไม่ได้ลงทะเบียนตามขั้นตอนทั้ง 3 นี้ไม่สามารถออกสู่ระบบเครือข่ายได้ และใช้งานอินเตอร์เน็ตไม่ได้จนกว่าจะได้เพิ่มกฏ IP / MAC Address และ Domain Name ในหน้าบริหารจัดการนี้

ซึ่งวิธีนี้ไม่แตกต่างการ เทคนิค Captive Portal บนอุปกรณ์ Security Gateway หรือ Firewall หรือระบบ NAC (Network Access Control) ด้วยการติดตั้งแบบ SRAN แตกต่างกับ Captive Portal ที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับระบบเครือข่ายเดิม และไม่ต้องตั้งค่า Default Gateway ใหม่จึงทำให้สะดวกในการใช้งานและติดตั้งระบบ

10.06.08

SRAN เตือนภัยผู้กดเงินผ่านตู้ ATM

ภัยคุกคามรายวันที่เกิดขึ้นบนโลกข้อมูลสารสนเทศมีมากมายจนเราต้องระมัดระวังตัวและเรียนรู้เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ และนี่เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ต้องการให้ผู้อ่านได้มีความระมัดระวังภัยจากการกดเงินที่ตู้ ATM ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ากลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวัน เพื่อให้ตระหนักและใช้งานอย่างมีสติมากขึ้น มิเช่นนั้นอาจสร้างความสูญเสียโดยไม่คาดคิดได้ ทีมงาน SRAN จึงขอนำเสนอการตรวจสอบตู้ ATM ว่าเป็น ATM Skimming หรือไม่…ATM Skimming คืออะไร เราจะมีการตรวจสอบ และระมัดระวังอย่างไร? ลองติดตามอ่านกันดูครับ

เวลา 20:04 ของวันที่ 28/05/2551 ณ สวนลุม ไนท์บาซ่า

“เดี๋ยวออกไปกดเงินก่อน แล้วผมก็หันหลังจากเพื่อนไป เมื่อผมพบเครื่อง ATM จึงเดินเข้าไปเพื่อกดเงิน แต่กลับพบความผิดปกติที่เครื่อง ATM หลังจากที่ได้สอดบัตรเข้าไปในเครื่อง และกดรหัสไปแล้ว 2 หลัก (ยังไม่ครบ 4 หลัก) ผมสังเกตเห็นว่าช่องเสียบบัตรของตู้ ATM มีลักษณะนูนออกมา และดูไม่มั่นคง จึงลองเอานิ้วแงะดู พบว่าเป็นอุปกรณ์ ATM Skimming และทันทีที่ผมทราบ ผมก็ยกเลิกการทำรายการในทันที นอกจากนี้ผมยังพบอุปกรณ์อีกชิ้น เป็นกล้องที่ใช้ในการสอดแนม ติดตั้งไว้เหนือแป้นทำรายการ ผมจึงแกะออก พร้อมมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ”

เหตุการณ์นี้เป็นการโจรกรรมทางตู้ ATM ที่เรียกว่า ATM Skimmer
ATM Skimmer คือเครื่องอ่านบัตรขนาดย่อม ที่สามารถนำไปติดที่หน้าตู้ ATM (Automotic Teller Machine)
ATM Skimmer มีความสามารถในการอ่านข้อมูลบนบัตรธรรมดาทั่วไปได้ โดยลูกค้า ATM ส่วนมากจะสอดบัตรเข้าสู่เครื่องและต้องผ่านตัว skimmer โดยมันจะทำการบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ที่อยู่ในแถบแม่เหล็กของบัตรเก็บไว้
ถึงกระนั้นแล้วกลุ่มมิจฉาชีพยังไม่สามารถที่จะนำข้อมูลในบัตรไปใช้ในการเบิกเงินออกมาได้ ยังต้องอาศัย PIN หรือรหัสส่วนตัว จึงมีการติดตั้งอุปกรณ์อีกตัว ที่เป็นกล้องไว้สำหรับสอดแนม เพื่อจะดูการกด PIN หรือรหัสส่วนตัวด้วย
ณ ปัจจุบันพบว่าตัวอุปกรณ์มีความสามารถในการส่งข้อมูลผ่านระบบไร้สายได้ด้วย ทำให้การโจรกรรมเงินนั้น เป็นไปได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ทันทีที่กลุ่มมิจฉาชีพได้ข้อมูลเหล่านั้น ก็จะทำสำเนาบัตรขึ้นมา และนำไปใช้ได้ในทันที

ภาพถ่ายตู้ ATM ที่มีระบบดักข้อมูล (ATM Skimmer)

ภาพกล้องวงจรปิดที่ติดที่ตู้ ATM

5 ขั้นตอนในการใช้ ATM ให้ปลอดภัย
1. ใช้มือป้องไว้ขณะกดรหัสผ่าน เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นล่วงรู้ข้อมูลลับนี้ ทั้งบุคคลที่อยู่ทางด้านหลัง หรือกล้องสอดแนมที่ติดอยู่ด้านบน หากเครื่อง ATM ถูกมิจฉาชีพแอบติดตั้งอุปกรณ์ดักข้อมูล แต่เราใช้มือปิดไว้ขณะใส่รหัส ผู้ไม่ประสงค์ดีจะได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ไม่สามารถดึงเงินไปจากบัญชีของเราได้

2. มองโดยรอบก่อนทำรายการ ให้มองดูรอบ ๆ บริเวณที่จะใช้บริการ ATM ก่อนทำรายการ ว่ามีบุคคลใดเดินวนเวียน หรือมีพฤติกรรมผิดสังเกตหรือไม่

3. เลือกใช้บริการตู้ ATM ที่คุณคุ้นเคย ถ้าคุณรู้จักและจำลักษณะของตู้ ATM ที่คุณใช้งานได้ จะเป็นการดีมาก เพราะหากมีอุปกรณ์แปลกปลอม เราจะสามารถทราบได้ทันที

4. มองดูตัวเครื่องก่อนใช้งาน ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ก่อนใช้งานให้สังเกตที่สอดบัตร และบริเวณเหนือตู้ก่อนทุกครั้ง แม้จะเป็นเครื่องที่คุณคุ้นเคย หากคุณพบสิ่งแปลกปลอม ลองเอานิ้วเขี่ย ๆ ดู หากหลุดออกมา ก็ jackpot แตกกันไป ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ธนาคารและเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยด่วน และโทรหาคนที่คุณรู้จักมาอยู่เป็นเพื่อน เพราะไม่แน่ กลุ่มมิจฉาชีพอาจวนเวียนอยู่แถวนั้นก็เป็นได้

5. ล็อคประตูก่อนใช้งานตู้ ATM ในกรณีที่ตู้ ATM ที่คุณจะใช้งาน มีประตูที่ปิดมิดชิด ขอให้ล็อคประตูให้สนิทก่อนทำรายการทุกครั้ง
 

ภาพการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ดักข้อมูลที่ตู้ ATM

นอกจากนี้ เครื่องดักข้อมูลทางตู้ ATM ของมิจฉาชีพ ยังได้มีการฝังโปรแกรม Trojan เข้าไปอีก เมื่อวิเคราะห์ดูแล้ว เป็น Trojan Trojan.VB.FXP [PCTools], Trojan.Win32.VB.ayo [Kaspersky Lab], W32.SillyFDC [Symantec], TROJ_VB.AQS [Trend Micro] ซึ่งเป็น Trojan ที่มีความเสี่ยงระดับสูง สันนิษฐานว่าอุปกรณ์ดักข้อมูลที่ติดตั้งที่ตู้ ATM อาจมีการป้องกันไว้จากกลุ่มมิจฉาชีพ เพื่อทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำการติดต่อกับอุปกรณ์ติด Trojan ชนิดนี้ได้ หรืออาจเป็นเพราะอุปกรณ์ที่มิจฉาชีพนำมาใช้ตัวนี้ติด Trojan ชนิดนี้ก่อนหน้านี้แล้ว

จึงอยากขอให้ผู้อ่านตระหนักถึงภัยใกล้ตัวนี้ เพราะเหตุการณ์นี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่ใช้ ATM ไม่ว่าธนาคารไหน สาขาใด!!!

09/06/51

Copyright 2008 by Global Technology Integrated