Archive for February 7th, 2008

07.02.08

หลักการเฝ้าระวังข้อมูลสารสนเทศเมื่อใช้ SRAN

องค์ประกอบสำคัญในด้านความมั่นคงปลอดภัยทางข้อมูลสารสนเทศ คือ เทคโนโลยี คน และ กระบวนการ สิ่งที่สามารถ ควบคุมได้ง่ายที่สุดคือ เรื่องเทคโนโลยี ถึงแม้จะไม่มีเทคโนโลยีใดทที่ทำงานแทนคนได้หมด และไม่มีเทคโนโลยีใดที่ป้องกันภัยคุกคามได้สมบูรณ์แบบ หากเราควบคุมเทคโนโลยีที่นำมาใช้ได้ และรู้ทันปัญหาที่เกิดขึ้น ประหยัดงบประมาณทุน ใช้ได้อย่างคุ้มค่า เราก็สามารถนำส่วนที่ต้องลงทุนทางเทคโนโลยีที่เหลือใช้ มาอบรมเจ้าหน้าที่พนักงานให้เกิดองค์ความรู้ และ จัดหากระบวนการเพื่อสร้างมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยทางข้อมูลสารสนเทศ ได้อย่างมีทิศทางมากขึ้น ดังนั้นในการสร้างเครือข่ายตื่นรู้จึงเป็นการ สรุปการจัดหาเทคโนโลยี มารองรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ จัดหาเทคโนโลยีด้านความมั่นคงปลอดภัยทางข้อมูล สมบูรณ์แบบ ที่เราสามารถระบุตัวตนของผู้ใช้งาน ระบุลักษณะการใช้งาน และบันทึกข้อมูลการใช้งานตามความเหมาะสมที่เกิดขึ้น สามารถยืนยันหลักฐานเพื่อใช้ในการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ ทั้งในองค์กร และนอกองค์กรได้อย่างมีความสะดวกมากขึ้น มีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผลตามมา
แนวทางการสืบหาผู้กระทำผิด (Chain of Event) ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์
1.Who ใคร
2.What ทำอะไร
3.Where ที่ไหน
4.When เวลาใด
5.Why อย่างไร
เนื่องจากรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เป็น Real Time ไม่สามารถดูย้อนหลังได้ การที่จะสามารถดูย้อนหลังได้ ต้องมีการเก็บบันทึกข้อมูล ที่เรียกว่า Log และเพื่อเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าว
และป้องกันไม่ให้หลักฐานข้อมูลนั้นเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรมีการทำ Chain of Custody คือเก็บบันทึกรักษาข้อมูลจราจรขึ้น และนี้เองคือสาระสำคัญของการออกกฏหมายฉบับนี้เพื่อป้องปราบ และเก็บบันทึกหลักฐาน เพื่อสืบสวนสอบสวน หาผู้กระทำผิดมาลงโทษ ดังนั้นการจัดหาเทคโนโลยีเพื่อเก็บรักษาหลักฐานข้อมูล เป็นเรื่องที่ซับซ้อน เราจึงมีแนวคิดเพื่อจัดหาเทคโนโลยีมาแก้ไขปัญหา และลดความซับซ้อนนี้ขึ้น เรียกว่า ” การสร้างเครือข่ายตื่นรู้ (Energetic Network)”

ส่วนหนึ่งคือการเฝ้าระวังภัยคุกคาม (Monitoring & Analysis)

การเฝ้าระวังและวิเคราะห์ผล (Monitoring & Analysis) เมื่อใช้ SRAN Security Center

    เป็นการเฝ้าสังเกตการพฤติกรรมการใช้งานบนระบบเครือข่าย แบ่งเป็น 3 องค์ประกอบได้ดังนี้
    - การเฝ้าระวังข้อมูลที่ไม่ปกติ (Threat Data Traffic)
    - การเฝ้าระวังข้อมูลที่ปกติ (Normal Data Traffic)
    - การเก็บบันทึกข้อมูล (Recorder)
    1. การเฝ้าระวังข้อมูลที่ไม่ปกติ (Threat Data Traffic) ซึ่งเป็นข้อมูลไม่พึ่งประสงค์ ได้แก่ ข้อมูลที่มีการติดเชื้อไวรัสคอมพิวเตอร์ ข้อมูลที่มีการระบาดของไวรัสคอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกว่า Worm ข้อมูลที่มีผลกระทบกับธุรกิจ และการก่อการร้าย (Hacking) การโจรกรรมข้อมูลภายในองค์กร และภายนอกองค์กร การทำลายข้อมูล การดักข้อมูล หรือการแก้ไขข้อมูลให้มีความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องมีระบบวิเคราะห์ภัยคุกคาม และออกรายงานผลให้รับทราบ เพื่อทำแผนรองรับเพื่อแก้ไขสถานะการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว
    2. การเฝ้าระวังการใช้อย่างปกติ (Normal Data Traffic) การใช้งานปกติสามารถแบ่งประเภทได้ดังนี้
    การตรวจสภาวะการใช้งานอุปกรณ์ เครื่องแม่ข่าย แล้วมีการแสดงผลลัพธ์ที่บ่งบอกถึง ระดับการใช้ข้อมูลตาม Bandwidth , Protocol (HTTP , SMTP ,POP3 ,IMAP ,P2P ,IM เป็นอย่างน้อย)
    การแจ้งผลเตือนระดับการใช้งาน เช่น แจ้งค่าตาม Flow Network / Collector จาก Protocol ICMP , SNMP ได้แก่ ค่า CPU , RAM และ Response Time
    การใช้งานตาม Application Protocol ที่สำคัญ ได้แก่
  • การใช้งานอินเตอร์เน็ทโดยการเปิดเว็บบราวเซอร์ ผ่าน Protocol HTTP ต้องมีระบบเฝ้าระวัง และวิเคราะห์ เพื่อตรวจสอบลักษณะการใช้งาน ตาม Source / Destination IP หรือ Domain วันที่ เวลาที่ใช้งานงาน รูปแบบการติดต่อว่าเป็นแบบ GET หรือ POST และ Path ที่เปิดเว็บนั้น
  • การใช้งานอินเตอร์เน็ทโดยการใช้บริการอีเมลล์ ผ่าน Protocol SMTP , POP3 , IMAP ต้องมีระบบเฝ้าระวัง และวิเคราะห์ เพื่อตรวจสอบลักษณะการใช้งาน ตาม Source / Destination IP หรือ Domain วันที่ เวลาที่ใช้งาน รูปแบบการติดต่อว่าเป็นแบบ รับ หรือ ส่ง อีเมลล์ ชื่อหัวเรื่องอีเมลล์ ชื่อเอกสารไฟล์ที่แนบมากับอีเมลล์
  • การใช้งานอินเตอร์เน็ทโดยใช้บริการสนทนาออนไลท์ ผ่าน Protocol IM ชนิดต่างๆ ต้องมีระบบเฝ้าระวัง และวิเคราะห์ เพื่อตรวจสอบลักษณะการใช้งาน ตาม Source / Destination IP หรือ Domain วันที่ เวลาที่ใช้งาน รูปแบบการติดต่อ จากโปรแกรมชนิดใด เช่น Yahoo , MSN , ICQ , IRC เป็นต้น
  • การใช้งานอินเตอร์เน็ทโดยใช้บริการอื่นๆ ได้แก่ ลักษณะการใช้ VoIP และ P2P ต้องมีระบบเฝ้าระวังและวิเคราะห์ เพื่อตรวจสอบลักษณะการใช้งาน ตาม Source / Destination IP หรือ Domain ระบุวันที่ เวลาที่ใช้ รูปแบบการติดต่อ จากโปรแกรมชนิดใด เช่น SkyP , P2P Program เป็นต้น

3. การเก็บบันทึกข้อมูล (Recorder) เพื่อเก็บบันทึกข้อมูลทั้งที่เป็นข้อมูลจราจรที่ปกติ (Normal Data Traffic) และ ข้อมูลจราจรที่ไม่ปกติ (Threat Data Traffic) ที่เป็นรูปของ Raw Data หรือลักษณะที่สามารถดูข้อมูลที่เก็บบันทึกได้ ผ่านทาง Data Base เทคโนโลยี หรือจะเป็น Text files ก็ได้ ในการเก็บบันทึกควรมีการแสดงค่ายืนยันว่ามีความถูกต้อง และแก้ไขไม่ได้นั้น มีกระบวนการเก็บผ่านนโยบายขององค์กร (Security Policy) วิธีปฏิบัติของผู้ปฏิบัติงาน (Operation Security) และมีค่ายืนยันความไม่เปลี่ยนเปลี่ยน (Check sum) เพื่อยืนยันว่า file นั้นไม่มีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้ (Integrity) ต่อไป

Copyright 2008 by Global Technology Integrated