
วันที่ 11 มกราคม 2551 นายนนทวรรธนะ สาระมาน ทีมงานพัฒนาวิจัยระบบ SRAN ได้ทำการบรรยาย การจัดหาเทคโนโลยีเพื่อเก็บบันทึกข้อมูลจราจร ให้สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์แบบพอเพียง ให้กับ พนักงานที่ดูแลระบบไอที ทั่วประเทศของกรมชลประทาน บรรยายที่สำนักงานใหญ่กรมชลประทาน
ในการบรรยายในครั้งนี้ พูดถึง การเก็บ Log ตาม พ.ร.บ ตามความจำเป็นและพอเพียง
1. สาระสำคัญในการเก็บบันทึกข้อมูลจราจร (Log) เพื่อระบุตัวตน ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เวลาใด
2. เทคโนโลยีที่ใช้ให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ คอมพิวเตอร์ และใช้งบประมาณแบบพอเพียง สะดวกในการใช้งาน ลดความซับซ้อน
2. ใช้เทคนิค NBA (Network Behaviors Analysis) และเทคนิค Flow Collector บนระบบ SRAN เพื่อจับเพื่อดูพฤติกรรมการใช้งานของเครื่อง Client ที่ออกสู่อินเตอร์เน็ท (ส่วนใหญ่ภัยคุกคาม ที่มีผลกระทบกับ กฏหมายฉบับนี้มักเกิดจากการใช้งานอินเตอร์เน็ท) ทั้งที่เป็นข้อมูลปกติ และข้อมูลไม่ปกติ พร้อมทั้งการทำ Data Hashing การจัดทำ NTP (Time Server) และการยืนยันความไม่เปลี่ยนแปลงข้อมูลจราจรที่เก็บบันทึกไว้
3. ใช้ syslog server เก็บ Log เฉพาะ เครื่องแม่ข่ายที่สำคัญ และอุปกรณ์ที่สำคัญ
เพื่อรองรับใน มาตรา 3 และ มาตรา 26
4. อธิบายแนวคิด Hybrid Log Recorder นับได้ว่าเป็นที่แรกที่ได้บรรยายแนวคิดนี้
Archive for January, 2008
ตามมาตรฐาน Payment Card Industry Data Security Standard (https://www.pcisecuritystandards.org/) ได้กำหนดห้ามไม่ให้มีการรับส่งหมายเลขบัตรเครดิตในรูปแบบที่ไม่ได้เข้ารหัสและไม่ได้อำพรางไว้ โดยปกติแล้วระบบเฝ้าดูเครือข่ายเช่น IDS หรือ IPS เป็นสเมือนระบบบังคับเพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะไม่ถูกส่งผ่านเครือข่าย แต่จากการตรวจสอบอย่างละเอียดแสดงให้เห็นว่าปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างถูกต้องนั้นทำได้ไม่ง่าย ข้อเขียนนี้จะแสดงถึงแง่มุมต่าง ๆ ในการใช้ระบบเฝ้าดูเครือข่ายเพื่อตรวจจับการรั่วไหลของหมายเลขบัตรเครดิต และเพื่อสร้าง Signature ในการตรวจจับความผิดปกติของข้อมูลบนระบบเครือข่าย ดังต่อไปนี้คือ
* การจับคู่ลำดับหมายเลขบัตรเครดิต
* การจัดการกับผลบวกลวง (false positive) โดยการใช้ข้อยกเว้น (exceptions)
* ข้อควรพิจารณาอื่น ๆ รวมทั้งการหลบหลีกการตรวจจับ บันทึกเหตุการณ์ (logging) และรูปแบบอื่น ๆ ที่ล่อแหลม
1. การจับคู่หมายเลขบัตรเครดิต
1.1 การจับคู่ลำดับหมายเลขบัตรเครดิต
หมายเลขบัตรเครดิตประกอบด้วยตัวเลข 13 ถึง 16 ตัว นอกจากนี้ในการใช้งานจริงหมายเลขบัตรเครดิตยังมีตัวคั่นอย่างเช่น เครื่องหมายขีดหรือเว้นวรรคในตำแหน่งเฉพาะ regular expression ต่อไปนี้สามารถใช้เพื่อจับหมายเลขบัตรเครดิตได้
\d{4}[\- ]?\d{4}[\- ]?\d{2}[\- ]?\d{2}[\- ]?\d{1,4}
