
… หากเราสามารถย้อนเวลาได้ เราจะทำอะไร? แน่นอนเราคงทำในสิ่งที่เราตัดสินใจผิดพลาดมาในอดีต แต่ในความเป็นจริงเราไม่สามารถย้อนเวลาได้ นอกจากจะยอมรับในการตัดสินใจของเราเอง …
ในสมัยก่อนย้อนเวลาไป ในปี 1985 หรือ ปี พศ. 2528 เคยมีหนังเรื่องหนึ่งที่ผมชอบมาก คือ Back To The Future ภาค 1 นำแสดงโดย Michael J. Fox ตัว พระเอกในเรื่องเองสามารถย้อนเวลากลับไปได้ โดยใช้รถยนต์ ที่เรียกว่า เป็น Time Machine เป็นหนังตลก และสนุก มีสีสัน รวมถึงมีฉากที่สวยๆ น่ารัก สมควรแก่การสะสม
การสืบค้นร่องรอยเพื่อพิสูจน์หลักฐานทางข้อมูลสารสนเทศ นี้ ศัพ์ทางภาษาอังกฤษเรียกว่า Chain of Custody หรือ Chain of Evidence ที่มีความสอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการรู้ เพื่อรับทราบถึงเหตุปัจจัย Network Time Machine คือศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับวิธีการย้อนเวลาเพื่อสืบหาต้นเหตุของหลักฐาน โดยใช้เทคโนโลยีบนระบบเครือข่าย ผมจึงระบุศัพท์คำนี้ขึ้น โดยไม่ได้สนใจพจนานุกรมทางคอมพิวเตอร์ อีกแล้ว ..
ใน โลกระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์แล้ว เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น และเราต้องการทราบถึงที่มาที่ไป หรือที่เรียกว่า กระแสของเหตุปัจจัย หรือ อิทัปปัจจยตา สิ่งใดมีเพราะมีเหตุปัจจัยให้มี ส่ิงใดไม่มีเพราะไม่มีเหตุปัจจัยให้มี ไม่มีอะไรมีหรือไม่มีโดยตัวของมันเอง “สิ่งนี้เกิดสิ่งนี้จึงเกิด สิ่งนั้นไม่เกิดสิ่งนั้นจึงไม่เกิด”
เรามักจะนึกถึงการเก็บบันทึกข้อมูล จราจร หรือภาษาอังกฤษที่เรียกว่า Log จาก Data Traffic เราถึงจะวิเคราะห์ย้อนหลังไปได้ ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ซึ่งเป็นที่มาของศาสตร์ที่เรียกว่า Network/Computer Forensics นั้นเอง แน่นอนการเก็บบันทึกเหตุการณ์เหล่านั้นเป็นไปตามเนื้อผ้า เก็บอย่างที่เห็นว่าควรจะเป็น หากไม่มีการแก้ไขข้อมูลจากผู้ไม่หวังดี เสียก่อน
บทความนี้ส่วนหนึ่ง ผมเขียนขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจถึงกรรมวิธีการเก็บข้อมูลจราจร (Data Traffic) อย่างน้อยคงได้ประโยชน์สำหรับการนำไปใช้ประยุกต์กับ การเก็บข้อมูลตาม พรบ. ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ ที่ประกาศใช้ เมื่อไม่นานนี้
กรรมวิธีในการเก็บข้อมูลจราจร มีด้วยกัน 3 วิธี แบ่งได้ดังนี้
อ่านต่อได้ที่
http://nontawattalk.blogspot.com/2007/10/network-time-machine-1.html
