Archive for 2007

04.12.07

SRAN ทำนายภัยคุกคามปี 2008 ตอนที่ 1

ใกล้หมดปีไปอีกครั้งแล้วนะครับ ใครตั้งใจจะทำอะไรไว้ ยังไม่ได้ทำภายในปีนี้ก็ขอให้เรียบๆทำกันไว้ เวลานั้นไม่เคยคอยใคร พอใกล้หมดปี ก็มักจะมีคำทำนายในเรื่องต่างๆ เช่นกันในปีหน้า ภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในปี 2008 จะเป็นอย่างไรบ้างลองรับฟังกันดูเผื่อไว้ว่าจะช่วยในการป้องกัน กันได้ทัน เท่าที่ผ่านมาได้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามทางอินเตอร์เน็ทในรูปแบบ ใหม่ๆ พบว่ามีหลายสำนักได้ตั้งข้อสังเกตไว้พอสมควร โดยเฉพาะเจ้าแรกที่กล้าออกมาทำนาย นั้นคือ Mcafee ยักษ์ใหญ่ในวงการ IT Security ระดับโลก ในทีมงาน SRAN ก็ได้เขียนทำนายไว้เช่นกัน ซึ่งมีความใกล้เคียงกับทาง Mcafee และคิดว่าในปี 2008 ภัยคุกคาม จะเน้นในเรื่องความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ข้อมูลที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล ความประมาทในการใช้งานของ User รวมถึงอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ ในรูปแบบต่างๆ ที่ทวีความซับซ้อน จะแบ่งหมวดหมู่ภัยคุกคามได้ดังนี้ครับ

http://www.rspb.org.uk/Images/cat180_tcm9-154824.jpg กลุ่มภัยคุกคามที่พบในปี 2008
กลุ่มที่ 1 กองทัพ botnet ตัวกลางเชื่อมต่อภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ

กลุ่มที่ 2 ช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการ
กลุ่มที่ 3 ภัยคุกคามจากความประมาทจากการใช้ข้อมูลส่วนตัวบนอินเตอร์เน็ท
กลุ่มที่ 1 กองทัพ Botnet ตัวกลางเชื่อมต่อภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ

ภัยคุกคามอันดับที่ 1 Storm Worm : อาชญกรทางคอมพิวเตอร์ จะใช้เทคนิคการสร้าง Storm Worm เพื่อกลบเกลื่อนร่องรอย สร้างสายพันธ์ของ worm ในการเปลี่ยนโค้ดที่ทำให้ระบบซอฟต์แวร์ Anti virus ไม่สามารถตรวจจับได้ ซึงการเกิด Storm Worm นั้นเป็นการติดโปรแกรมไม่พึ่งประสงค์ บนเจตนาของผู้บุกรุกที่สร้างขึ้น โปรแกรมไม่พึ่งสงค์เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “malware” คือซอฟต์แวร์ที่สูญเสีย C (Confidentiality) I (Integrity) และ A (Availability) อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ ทั้งหมด จนทำให้เกิดเป็น Virus , Worm , Trojan , Spyware , Backdoor และ Rootkit ซึ่ง Storm worm เป็นลักษณะการแพร่กระจายสายพันธ์ ที่มีการเปลี่ยนแปลงโค้ด ทำให้เกิดความเสียหายกับเครื่องที่ติด worm เหล่านี้ ผลลัพธ์ของ Storm worm คือเครื่องที่ติด worm ชนิดเหล่านี้จะถูกเรียกว่า “Zombie” ที่พร้อมที่จะควบคุมให้ทำการใดการหนึ่ง เช่น การส่ง Spam , การโจมตีชนิดที่เรียกว่า DDoS/DoS เป็นต้น หาก Zombie จำนวนมากกว่า 1 เครื่อง ก็เรียกว่า Botnet นั้นเอง ในปี 2008 กองทัพ Botnet ที่พร้อมใช้งานจะมีอัตราที่สูงขึ้น และอาจมีการซื้อขาย กองทัพ Botnet ในกลุ่มอาชญกรคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้โจมตีเครือข่ายเครือข่ายขนาดใหญ่ ได้ต่อไป

ภัยคุกคามอันดับที่ 2 : Parasitics Malware เป็นไวรัสที่แก้ไขไฟล์ที่อยู่ในดิสก์ และใส่โค้ดเข้าไปในไฟล์ ในปีที่ผ่านมาจะพบว่าผู้เขียนไวรัสจะใช้วิธีนี้สร้างไวรัสชนิดต่างๆ ตัวอย่างเช่น Grum , Virut และ Almanahe คาดว่าจะมี Parasitics Malware เติบโตขึ้นในปี 2008 และการฝั่งโค้ดเข้าไปในไฟล์ จากเดิมเน้นการทำลายเครื่องให้เกิดความผิดปกติ ก็จะทำฝั่งตัวควบคุมเครื่อง อาจเป็น Backdoor , Trojan , หรือ Script บางอย่างที่ทำให้เครื่องติด Parasitic Malware ตกเป็นทาส (Zombie) ได้ซึ่งการเกิด Zombie หลายๆเครื่อง ก็จะกลายเป็นกองทัพ Botnet ที่พร้อมใช้งานในการโจมตีต่อไป

สัดส่วนการเจริญเติบโตจากภัยคุกคามชนิด Parasitics Malware จาก Mcafee

ภัยคุกคามอันดับที่ 3 : การยึดระบบเสมือนจริง (Virtualization) ผู้สร้าง Malware พยายามค้นหาช่องโฆว่ในระบบ Virtualization มากขึ้นการที่ได้ควบคุมระบบปฏิบัติการเสมือน ในการสร้างกองทัพ Botnet และเพื่อการแพร่กระจายการติดเชื้อแบบ Storm worm ขึ้น ทั้งนี้เพื่อสร้างจำนวน Zombie แบบไร้ตัวตนให้มากขึ้น Virtualization เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถแบ่งพาทิชันคอมพิวเตอร์ให้สามารถรันซอฟต์แวร์ และแอพพลิเคชันในจำนวนมากๆ หรือแม้แต่รันระบบปฏิบัติการได้หลายๆ ตัวพร้อมกันซึ่งพื้นที่ที่แบ่งพาทิชันขึ้นนั้นมักรู้จักกันว่า “Virtual Space” หรือ “Container” โดยปัจจุบัน Virtual lization Technology มีการใช้งานกันมากขึ้น

 

ช่องโหว่ที่ค้นพบบนระบบเสมือน

ภัยคุกคามอันดับที่ 4 FastFlux เป็นเทคนิคทาง DNS ที่ใช้โดย Botnet เพื่อซ่อนเว็บไซต์ที่ทำหน้าที่ให้บริการ Phisihing และมัลแวร์ ที่อยู่เบื้องหลังเครือข่ายของโฮสต์ที่ถูกบุกรุกทำตัวเป็น Proxy ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รวมถึงเครือข่ายแบบ Peer-to-Peer รวมกันหลายเครือข่าย ใช้เทคนิคต่างๆ ได้แก่ การใช้คำสั่งและการควบคุมแบบกระจาย (Distributed) การใช้ Load Balancing และการเปลี่ยนเส้นทาง proxy เพื่อทำให้การเครือข่ายมัลแวร์ยากต่อการถูกตรวจพบและการป้องกัน Storm Worm เป็นหนึ่งในมัลแวร์ที่ใช้เทคนิคเหล่านี้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอาจพบการใช้ fast flux ในการโจมตี phishing ที่มีเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากร รวมถึงการโจมตี MySpace ด้วยในปี 2008 นี้

ในปี 2008 อาจมีอาชีพใหม่ ในการค้าขาย กองทัพ botnet ในตลาดอินเตอร์เน็ทก็เป็นได้ ทั้งนี้กองทัพ botnet อาจจะมีมากในประเทศที่พึ่งมีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ท และระบบเครือข่ายใหม่ๆ ที่ยังขาดการป้องกันภัยที่ดี อีกทั้งจะมีจำนวนมากขึ้นสำหรับประเทศที่ยังไม่มีกฎหมายเอาผิดกับผู้ใช้ botnet ซึ่งผลที่เกิดจากการโจมตีของ Botnet ไม่ใช่แค่เพียงการส่ง Spam , DDoS/DoS , Virus/worm อีกต่อไป แต่เป็นภัยคุกคามอื่น ที่คาดไม่ถึงว่าจะเกิดขึ้นก็เป็นไปได้

จำนวน botnet ในแต่ละวัน

กลุ่มที่ 2 ภัยคุกคามจากช่องโหวที่พบบนระบบปฏิบัติการ ่

ภัยคุกคามอันดับ 5 : Operating System Vulnerability : ระบบปฏิบัติการที่เรารู้จักกันดี ไม่ว่าเป็น Linux / BSD , MaC OS หรือ Windows Microsoft นำไปใช้บน Appliance ต่างๆ รวมไปถึงระบบมือถือ ที่ในปีหน้า 2008 นี้เองจะเห็นว่าคนทั่วไปพกมือถือที่มีมัลติมีเดีย และสามารถท่องโลกอินเตอร์เน็ทได้ สามารถทำอะไรๆ ที่ต้องการได้ ทำงานแทน Notebook ได้ ไม่ว่าเป็นมือถือที่ระบบปฏิบัติการของ Mac ที่ชื่อว่า iPhone หรือพวก Windows Mobile ซึ่งในปีหน้าอาจพบช่องโหว่ต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนเครื่องมือถือมากขึ้น ไม่ว่าเป็นพวก Virus/worm, Spam เหล่านี้สร้างความเสียหายไม่น้อยกว่าเครื่อง PC ที่ใช้กันทั่วไป ที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องจาก Application ที่มากขึ้น บนตัวระบบ Operating System ทำให้ภาพรวมการใช้งาน จะพบช่องโหว่มาขึ้นจาก Application มากกว่า OS ก็ตาม หลายคนยังตั้งข้อสังเกตถึงระบบปฏิบัติการใหม่ของ Windows Microsoft ที่ชื่อว่า Vista ที่ยังมีช่องโหว่และไม่ได้รับการแก้ไขให้ทันเวลา ซึ่งจะขยายผลต่อให้เกิดภัยคุกคามใหม่ที่ฝั่งเข้าสู่ระบบ และสร้างเป็น Zombie ต่อไปได้เช่นกัน

กลุ่มที่ 3 ภัยคุกคามจากความประมาทจากการใช้ข้อมูลส่วนตัวบนอินเตอร์เน็ท

ภัยคุกคามอันดับที่ 6 : ซอฟต์แวร์ไม่พึ่งประสงค์จากการใช้สนทนาออนไลท์ (Instant Malware) เป็นการใช้งานที่ประมาทของผู้ใช้เอง ที่อาจจะดาวโหลดซอฟต์แวร์จาก คู่สนทนาที่ไม่รู้จัก หรือรู้จัก มีไฟล์แนบมา หรือที่พบมากขึ้นคือ ในรูปแบบของ Flash ที่สามารถเอ็กซิคิวท์ตัวเองได้ มาพร้อมกับโปรแกรมประเภท Instant Messaging

ช่องโหว่ที่ค้นพบจากการใช้งาน IM ในแต่ละปี

ภัยคุกคามอันดับที่ 7 : บริการเกมส์ออนไลน์ (Online Gaming) ผู้ใช้บริการอาจตกเป็นเหยื่อ เนื่องจากของในเกมส์สามารถซื้อขายกันเงินจริงๆได้ ตัวอย่างเห็นได้จากโทรจันที่ขโมยรหัสผ่านของบริการเกมส์ออนไลน์ ในปี 2007 จะมีอัตราเติบโตเร็วกว่าจำนวนของโทรจันที่มีเป้าหมายกับผู้ใช้บริการของ ธนาคาร

01.12.07

สำนักงานตำรวจแห่งชาติมั่นใจใช้ SRAN

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่าน ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดทำศูนย์บริการข้อมูลสารสนเทศขึ้น ซึ่งได้เลือกใช้อุปกรณ์ SRAN ทั้งระบบในการป้องกันภัยคุกคาม ตัว Gateway Security ที่ชื่อ SRANwall รุ่น F851 และ ตัวเฝ้าระวังภัยคุกคาม พร้อมบันทึกข้อมูลจราจร ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ ที่ชื่อ SRAN Security Center รุ่น SR L และนี้เป็นบทสัมภาษณ์ความคิดเห็นหลังการติดตั้งระบบ และใช้งานอยู่ในปัจจุบัน

บทสัมภาษณ์ พันตำรวจโท ดร. ณรงค์ศักดิ์ บวรวงศ์พิทักษ์

คำถาม : ท่านมีความคิดเห็นเกี่ยวกับภัยคุกคามสมัยใหม่ที่มากับระบบข้อมูลสารสนเทศอย่างไร ค่ะ

ตอบ : คิดว่าข้อมูลสารสนเทศเป็นเรื่องสำคัญในอนาคต ผมมองว่าทางตำรวจเอง จะจับกุมผู้กระทำผิดส่วนใหญ่เป็นคดีอาญา โดยเน้นที่ตัวบุคคล แต่ข้อมูลสารสนเทศ หากเกิดภัยคุกคามขึ้นโดยเฉพาะ บนระบบเครือข่ายจะกระทบทั้งชื่อเสียงขององค์กร ซึ่งไม่สามารถตีมูลค่าได้ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทางเราควรพร้อมทั้งการเฝ้าระวังภัยเครือข่ายของศูนย์ คอมพิวเตอร์ของเราเอง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึ่งประสงค์ ที่สร้างความเสียหายแก่บุคคล และต่อเครือข่ายที่เป็นองค์กรของเรา โดยเฉพาะการสื่อสารสมัยใหม่ที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น การก่อการร้าย หรือการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ทางตำรวจเองต้องรู้ให้ทันเวลาเช่นกัน

คำถาม : เหตุผลที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเลือกใช้ระบบ SRAN เพราะอะไรค่ะ

คำตอบ : เราเห็นความสำคัญของภัยคุกคามสมัยใหม่ และต้องการทราบสาเหตุให้ทันเหตุการณ์ โดยต้องการระบบเฝ้าระวังภัยที่เตือนภัยได้ พร้อมเก็บบันทึกข้อมูล ที่สามารถสืบหา หลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เลือกใช้ระบบ SRAN ส่วนอีกเหตุผลหนึ่ง เกิดจากการให้โอกาส สำคัญการให้โอกาส ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นโดยคนไทย ซึ่งส่วนตัวแล้วก็เชื่อว่ามีความสามารถใกล้เคียงกับของต่างประเทศ หากเราไม่ส่งเสริม หรือไม่ให้โอกาสคนไทยกันเอง แล้วจะมีคนรุ่นใหม่ที่มีความกล้าพร้อมทั้งความคิดสร้างสรรค์ จะกล้าทำอะไรได้ในอนาคต เป็นสิ่งสำคัญ และเชื่อว่าคนไทยไม่ได้แพ้ต่างชาติ แต่ติดที่ความคิดของคน ค่านิยมของคนในชาติที่ยัง เชื่อว่าสินค้าจากต่างประเทศดีกว่าของคนไทยกันเองอยู่ ตรงนี้เองหากเราลบล้างความคิดว่า box ที่เห็นอยู่ตรงหน้าเรามาจากเมืองนอก ก็คิดว่าเป็นของดี แต่ถ้ามาจากเมืองไทยก็ไม่แน่ใจ ไม่กล้าที่จะใช้ เท่าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติใช้อยู่ก็ไม่มีปัญหาอะไร อีกทั้งทีม Support หลังการขาย สามารถแก้ไขปัญหาได้ทัน และตรงจุด ทำให้เรามั่นใจว่าการใช้ SRAN สามารถช่วยเหลือทางตำรวจได้

ถาม : ตอนนี้ที่ตำรวจใช้อยู่คุณสมบัติหนึ่งของ SRAN คือเก็บบันทึกข้อมูลจราจร และ จับรวบรวมเหตุการณ์ที่เป็นภัยคุกคาม เปรียบเทียบตาม มาตรา ต่างๆ ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ ถ้าตำรวจใช้แล้วมีความคิดเห็นอย่างไร

ตอบ : ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะเราเก็บบันทึกข้อมูลจราจร ได้โดยไม่ต้องใช้ Storages ขนาดใหญ่ คือเก็บบันทึกข้อมูล บางส่วนที่มีประโยชน์ในการสืบหาผู้กระทำผิด จริงๆ แบบพอดี ไม่เปลืองค่าใช้จ่าย อีกทั้งติดตั้งระบบไม่ซับซ้อน ข้อดีอีกข้อคือ เพราะเป็นของคนไทยกันเองหรือเปล่า เมื่อมีซอฟต์แวร์ที่ต้อง Update ทีมงานเขาก็มาทำให้ เพื่อให้สอดคล้องกับวัฒนธรรม และกฎหมายในประเทศไทยเอง และนี้คิดว่าเป็นสิ่งที่สินค้าต่างประเทศคงทำได้ยาก จากว่า พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ ที่พึ่งประกาศใช้ไป เป็นกฎหมายที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อควบคุมเรื่องระบบสารสนเทศ การพัฒนาทีมงาน SRAN จึงตอบสนองได้เร็วกว่า สินค้าต่างๆ ประเทศ ที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติมในส่วนนี้พอสมควร อีกทั้งระบบสารสนเทศโดยเฉพาะระบบความมั่นคงทางข้อมูลแล้ว ควรจะเป็นสิ่งที่เราควบคุมดูแลได้เอง ซึ่งทางเราคิดว่า SRAN เปิดให้เรามากกว่า สินค้าต่างประเทศแน่นอน การติดตั้งระบบเช่นนี้ก็พอเพียง และปลอดภัย พร้อมรู้ทันปัญหา ก็ขอให้มั่นใจและพัฒนา SRAN ให้สุดความสามารถ เพื่อส่งขาย และสร้างชื่อเสียงกลับสู่ประเทศไทยของเราให้ได้

รูป พันตำรวจโท ดร. ณรงค์ศักดิ์ บวรวงศ์พิทักษ์ กับ SRAN รุ่น SR S ที่เป็นรูปโฉมใหม่ของ Appliance ของทาง SRAN Technology

Copyright 2008 by Global Technology Integrated