12.03.08

เวลาออมแสง กับการเก็บ Log

DAYLIGHT SAVING TIME (DST) :: เวลาออมแสง คือ อะไร

“Daylight Saving Time” มักใช้เรียกกันในโซนอเมริกา และใช้คำว่า “Summer Time” ในโซนยุโรป
Daylight Saving Time หรือ Summer Time คือ การปรับเวลาที่ใช้ในท้องถิ่นช่วงฤดูร้อนให้เร็วกว่าเวลาปกติ โดยจะปรับเวลาให้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมง ยกเว้นเกาะลอร์ดโฮว์ ประเทศออสเตรเลีย ที่มีการปรับเวลาให้เร็วขึ้นเพียงแค่ ½ ชั่วโมง
การปรับเวลา Saving Time มักจะใช้ในประเทศที่ อยู่ในละติจูดมากกว่า 23.5 เหนือ/ใต้ แต่ก็มีหลายประเทศที่อยู่ในแถบนี้จะประกาศใช้เวลา Summer Time ตัวอย่างเช่น ไทย ญี่ปุ่น จีน เป็นต้น

     บริเวณที่มีการใช้เวลาออมแสง      บริเวณที่เคยใช้เวลาออมแสง      บริเวณที่ไม่เคยมีการใช้เวลาออมแสง

บริเวณที่มีการใช้เวลาออมแสง บริเวณที่เคยใช้เวลาออมแสง บริเวณที่ไม่เคยมีการใช้เวลาออมแสง

ทำไมถึงต้องใช้ Daylight Saving Time

Daylight Saving Time (DST) หรือ Summer Time คือ การประหยัดพลังงานในช่วงค่ำ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ เวลาพระอาทิตย์ตกดิน และเวลาการเข้านอนของคนโดยทั่วไป

ช่วงเวลา DST กลางวัน จะนานกว่าเวลากลางคืน คนส่วนมากจะตื่นเช้าตอนพระอาทิตย์ขึ้น แต่จะใช้เวลาในการนอนใกล้เคียงเวลาเดิม ดังนั้น เมื่อสว่างเร็วขึ้น คนก็มักจะตื่นเช้า และเมื่อมีการเลื่อนเวลาให้เร็วขึ้น คนก็จะเริ่มทำงานเร็วขึ้น การใช้ชีวิตในช่วงค่ำก็ยังไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้า เพราะยังสว่างอยู่ และเข้านอนเร็วขึ้น ทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าลดลง

Daylight saving ของอเมริกาเค้าเกิดขึ้นเพื่อลดการใช้พลังงานในแต่ละวัน เนื่องจากฤดูหนาวกับฤดูร้อนของเค้าเวลาที่ฟ้ามืดจะต่างกันเวลา 6 โมงเย็นของฤดูหนาวจะเริ่มมืด แต่ 3 ทุ่มของหน้าร้อนยังสว่างอยู่ หรือคนโบราณเขาพูดว่า ฤดูหนาวกลางคืนยาวกว่ากลางวัน ส่วนฤดูร้อนกลางวันยาวกว่ากลางคืน

ด้วยความตั้งใจที่จะลดการใช้พลังงาน เลยปรับเวลาเช่นหน้าร้อนสว่างตอนตี 5 ถึง 2 ทุ่ม ก็ปรับเวลาให้ +1 ชั้วโมง หรือให้ช่วงเวลาสว่างอยู่ระหว่าง 6 โมงถึง 3 ทุ่มแทน

Daylight Saving Time ปีนี้เริ่มเมื่อไหร่

Daylight Saving Time (DST) หรือ Summer Time ในปีนี้ เริ่มต้นในเวลา ตี 2 ของวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนมีนาคม และจบในในเวลา ตี 2 ของวันอาทิตย์แรกของเดือน พฤศจิกายน

“แต่ในสหรัฐอเมริกา” ได้มีประกาศให้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เริ่มทำการปรับเวลาออมแสงแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ โดยการ เริ่มต้น 3 อาทิตย์ก่อนเวลาออมแสงปกติ และสิ้นสุด 1 อาทิตย์หลังเวลาออมแสงปกติ ลงชื่อรับรองโดยประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ในวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2548

จุดประสงค์หลัก คือ

ระบบเวลาออมแสงมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดการใช้แสงสว่างในเวลากลางวันอย่าง คุ้มค่า (ไม่ให้เปล่าประโยชน์ไปเป็นเวลานอนพักผ่อน) จะมีการปรับเวลาในช่วงเดือนที่อยู่ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน เพื่อให้ชั่วโมงทำงานและชั่วโมงเรียนอยู่ในช่วงเวลาที่มีแสงสว่างเหมาะสม

ในมุมของการเก็บบันทึกข้อมูลจราจร นั้นเวลาออมแสง เกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบเครือข่ายไม่ว่า Router , Firewall , IDS/IPS , Proxy อื่นๆ ที่มาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะฝั่งอเมริกา และยุโรป อาจมีเวลาคลาดเคลื่อนไปได้ ดังนั้นการทำ SIEM (Security Information Event Management) ก็ดี หรือจะเป็นการทำ Syslog Server ควรคำนึงถึงเวลาออมแสงไว้ด้วย เพราะจุดนี้เองจะทำให้ เหตุการณ์ที่เราบันทึกไว้ จากการับ Log อุปกรณ์เหล่านี้มีความไม่ถูกต้องของเวลาได้เช่นกัน ถึงแม้จะทำ Local Time Sync ในประเทศก็ตาม ก็เพราะเหตุผลนี้ด้วยที่ทางทีมพัฒนา SRAN มองว่าการ Passive เหตุการณ์เพื่อนำมาเรียบเรียงใหม่บนอุปกรณ์เอง จะทำให้เวลาที่พบไม่ผล เนื่องจากเวลาในอุปกรณ์ตัวตรวจจับเอง ไม่มีผลกับ Local Log ที่ส่งมากับอุปกรณ์เครือข่ายอื่น ทำให้การ Implement สะดวกขึ้น วิศวะกรที่ติดตั้ง ก็สบายใจ ไม่ต้องปวดหัวกับเรื่องนี้ได้เช่นกัน

ในความคิดเห็นส่วนตัว ผมว่าเป็นการประหยัดพลังงานอย่างชาญฉลาดทีเดียว อีกทั้งถ้ามีการนำมาใช้ในประเทศไทย และทุกคนเห็นด้วย ผมว่าจะมีประโยชน์ในภาคเศรษฐกิจมากขึ้นทีเดียว แต่ในความจริง ปรับไปก็เท่านั้นอ่ะ เพราะในกรุงเทพฯ ไม่ต้องปรับก็ต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 ตี 5 อยู่แล้ว นึ่คงเป็นเวลาชีวิตของคนกรุงนะครับ ไม่ใช่เวลาออมแสงในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
ลองไม่ตื่นสิ รถติดไปทำงานสายแน่นอน T_T

Pituphong Yavirach (11/03/51)

SRAN Dev

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

© Copyright 2010 Global Technology Integrated